มาทำความรู้จักกับมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน

เกี่ยวกับมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน

มูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ได้ก่อตั้งขึ้นด้วยความมุ่งมั่นในการที่จะสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของช้างไทย โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง การฟื้นฟูป่าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติของช้าง การปลูกพืชอาหารสำหรับช้าง การพัฒนาชุมชนในหมู่บ้านช้างดั้งเดิม รวมทั้งการหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างคนกับช้าง รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แผนยุทธศาสตร์และนโยบายในการดำเนินงานของมูลนิธิพาช้างกลับบ้านปี 2552 - 2554

โครงการปั่นจักรยานการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง “

กิจกรรมปั่นจักรยานการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง “ ครั้งที่ 2 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 15 - 16 มกราคม 2554 รวมระยะเวลา 2 วัน  1 คืน ในเส้นทางที่ท่านจะได้ผจญภัย และจะได้สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับการปั่นจักรยานในเส้นทางในป่าธรรมชาติ และทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาแม่แตง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อระดมทุนสนับสนุนในการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) ที่ตั้งอยู่ใน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเสมือนบ้านที่ช้างจำนวนกว่า 36 เชือกได้อาศัยอยู่อย่างอิสระเสรีตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักให้กับคนในสังคมให้เห็นถึงปัญหาของช้างไทย ที่กำลังใกล้จะสูญพันธุ์ในปัจจุบัน และกระตุ้นให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญของช้างไทยและร่วมกันช่วยเหลือช้างไทยต่อไป  โดยท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม ” ปั่นเพื่อช้าง “  หรือสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ได้ที่นี่ค่ะ   สำหรับท่านที่ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ แต่มีความสนใจจะสนับสนุนกิจกรรมการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง “ ในครั้งนี้  ท่านสามารถบริจาคเงินสนับสนุนทีมปั่นจักรยานของมูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้ที่บัญชีของมูลนิธิฯ ชื่อบัญชี Bring the Elephant Home  เลขที่บัญชี  505-2-36520-6 ธนาคารนครหลวงไทย สาขา ถนนช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่

โครงการช่วยเหลือช้างเร่ร่อน

นับตั้งแต่เริ่มโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือช้างเร่ร่อน ทั้งสิ้นจำนวน 5 เชือกด้วยกัน ได้แก่ ศรีนวล ดอกเงิน ฟ้าใส นกน้อย และศรีแพร ให้เป็นอิสระจากการใช้ชีวิตเป็นช้างที่เร่ร่อนขายอาหารตามท้องถนนในเมืองใหญ่ต่างๆ และช้างที่เคยทำงานในปางช้าง โดยในปี 2548 ทางมูลนิธิฯ ได้ช่วยเหลือช้างเร่ร่อน 3 เชือกให้เป็นอิสระ คือ ศรีนวล ดอกเงิน และฟ้าใส และนำไปอาศัยอยู่ในศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) ซึ่งเป็นเสมือนสถานที่คุ้มภัยสำหรับช้างจำนวนกว่า 36 เชือกที่เคยทำงานหนักในอดีต หรือช้างพิการต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง ทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งท่านสามารถรับชมวีดีทัศน์เกี่ยวกับการเดินทางเพื่อนำช้างทั้ง 2 เชือกจากจังหวัดสุรินทร์มายังจังหวัดเชียงใหม่  ได้ที่นี่ค่ะ  และในระหว่างการเดินทางนี้ เราได้จัดกิจกรรมบทเรียนเกี่ยวกับช้างให้เพื่อสอนและให้ความรู้ในโรงเรียนแต่ละในท้องถิ่นที่ได้เดินทางผ่านไป การจัดการแข่งขันวาดภาพช้าง และการร่วมระดมความคิดกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อร่วมรณรงค์ในการหาแนวทางป้องกันไม่ให้มีการนำช้างออกเดินเร่ร่อนตามท้องถนนอย่างยั่งยืน  นอกจากนี้ในปี 2551 และ 2552 ทางมูลนิธิฯ ได้ช่วยเหลือช้างเพิ่มอีก 2 เชือกตามลำดับ คือ นกน้อย และศรีแพร โดยได้นำช้างทั้ง 2 เชือกไปอาศัยอยู่ร่วมกัน ณ อุทยานลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ภายใต้การดูแลร่วมกับชุมชนในท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เคยมีช้างอาศัยอยู่ในอดีต คือ ชุมชนบ้านไผ่น้อยและบ้านไผ่ใหญ่ ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง กิจกรรมอาสาสมัครปลูกป่าให้ช้าง และการทำโฮมสเตย์(Homestay) ในชุมชนคนเลี้ยงช้าง

นับตั้งแต่ดำเนินโครงการนี้ตั้งแตต่ปี 2548 เป็นต้นมา ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านยังคงรณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือช้างไทย และนำช้างกลับไปสู่บ้านที่แท้จริง นั่นคือ ป่าธรรมชาติ และสถานคุ้มภัยสำหรับช้างในที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นที่ซึ่งช้างสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระตามธรรมชาติอย่างมีความสุข

หนังสือ ” The Great Elephant Escape “ 

หนังสือ ” The Great Elephant Escape ” (ปลดปล่อยช้างไทยจากท้องถนน) เป็นหนังสือที่ร่วมกันเขียนจากประสบการณ์จริงในการช่วยเหลือช้างไทยของสองสาวชาวดัชต์ คือ คุณอันตัวเน็ต แวนดี วอเตอร์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน และคุณลิสเบธ สเลาเตอร์ ผู้สื่อข่าว ซึ่งเนื้อหาภายในเล่มเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการปลดปล่อยอดีตช้างเร่ร่อน จำนวน 2 เชือก คือ ดอกเงิน และศรีนวล เพื่อไปใช้ชีวิตอยู่อย่างอิสระเสรีที่ศูนย์บริบาลช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยเรื่องราวส่วนใหญจะเป็นการบอกเล่าถึงแรงบันดาลใจในเพื่อช่วยเหลือช้างไทย และเรื่องราวในระหว่างการเดินทางที่ได้พาช้างทั้ง 2 เชือกเดินทางจากจังหวัดสุรินทร์ไปยังจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือนที่ได้เดินทางผ่านจังหวัดต่างๆ และได้ทำกิจกรรมเพื่อรณรงค์ให้คนในท้องถิ่นได้ตระหนักถึงความสำคัญของช้างไทย และได้มีประสบการณ์ต่างๆที่น่าประทับใจมากมาย  และในหนังสือเล่มนี้ยังได้กล่าวถึงปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของช้าง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเสี่ยงในการสูญพันธ์ของช้างไทย  รวมทั้งได้กล่าวถึงอิทธิพลของพุทธศาสนาที่หยั่งรากลึกในสังคมไทยที่สอนให้มนุษย์รู้จักเคารพต่อสิ่งมีชีวิตทั้งปวง

ซึ่งปัจจุบันมีการแปลหนังสือเล่มนี้ออกเป็น 2 ภาษา ได้แก่ ภาษาดัชต์ และภาษาอังกฤษ โดยท่านสามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือ สามารถสั่งซื้อโดยตรงได้ที่สำนักพิมพ์ Silkworm Books จ.เชียงใหม่ โทรศัพท์ (053) 226-121 - 3 หรือ E-mail : orders@silkwormbooks.com  รวมทั้งการสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซด์ www.amazon.com (ISBN 978-974-9511-64-0) ในราคาเล่มละ 550 บาท โดยรายได้จากการจำหน่ายหนังสือ จะนำไปสมทบทุนในโครงการช่วยเหลือช้างเร่ร่อนของมูลนิธิพาช้างกลับบ้านต่อไป 

โครงการปลูกป่าให้ช้าง

โครงการ หลักของเราในขณะนี้คือ โครงการปลูกป่าให้ช้าง เนื่องจากป่า คือแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินตามธรรมชาติของช้างไทย ซึ่งปัจจุบันปัญหาหลักที่มีผลกระทบโดยตรงต่อช้าง นั่นก็คือ การตัดไม้ทำลายป่าตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างกว้างขวางตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 50 ปี หากย้อนกลับไปประมาณ 50 ปีที่แล้ว พื้นที่ 65% ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือถูกปกคลุมด้วยผืนป่าอันเขียวชอุ่ม แต่ในปีพ.ศ. 2524 กลับลดเหลือเพียงแค่ 8% ของพื้นที่ทั้งหมด  จะเห็นได้ว่าเมื่อที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาตินับวันมีแต่จะลดจำนวน  จึงทำให้ช้างก็ลดจำนวนลงตามไปด้วยจนปัจจุบันอยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อนมีช้างอยู่ประมาณ 100,000 ตัวในประเทศไทย แต่ปัจจุบันมีช้างป่ารอดชีวิตเหลืออยู่เพียงประมาณ 1,500 ตัว เนื่องจากความยากลำบากในการหาอาหารให้ช้างในป่า ชาวบ้านจึงจำเป็นต้องพาช้างของตนเข้าไปเดินเร่ร่อนหากินตามเมืองใหญ่ต่างๆทั่วประเทศเพื่อหารายได้ไม่ต่างอะไรกับช้างขอทาน ปัจจุบันในเมืองไทยเหลือพื้นที่ป่าตามธรรมชาติเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ช้างป่ายังพอที่จะอาศัยอยู่ได้เพื่อที่จะมีโอกาสมีชีวิตรอด  แต่ก็เกิดปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างมนุษย์กับช้างที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี  ช้างไทยยังต้องการป่าตามธรรมชาติที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้เพื่อการมีชีวิตรอด และนี่คือเหตุผลที่มูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้เริ่มรณรงค์โครงการปลูกป่าให้ช้าง นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ทางมูลนิธิฯ สามารถปลูกฟื้นฟูป่าไปได้มากกว่า 200,000 ต้น เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารสำหรับทั้งช้างป่าและช้างบ้านตามพื้นที่ต่างๆในประเทศไทยในจังหวัดเชียงใหม่ กาญจนบุรี อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา และจังหวัดบุรีรัมย์ นอกจากนี้ทางเรายังได้ตั้งเป้าหมายที่จะปลูกฟื้นฟูป่าให้ช้างไม่ต่ำกว่าปีละ 10,000 - 20,000 ต้น ในปีต่อๆไปเป็นประจำทุกปีในบริเวณที่พื้นที่ป่าตามธรรมชาติซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของช้างถูกบุกรุกทำลายมากที่สุด โดยจุดมุ่งหมายของเรา คือ การปลูกป่าเพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติสำหรับช้างขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ช้างมีแหล่งอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์และพร้อมต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดต่อไป

ท่านจะมีส่วนในการช่วยเหลือมูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้อย่างไรบ้าง

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการปกป้องและคุ้มครองช้างไทย  มูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับองค์กรต่างๆ ของไทย เช่น ศูนย์บริบาลช้าง(ENP) กองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างป่า(WERF) เครือข่ายอนุรักษ์ช้าง(ECN) และสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน(PDA) ที่ให้ความช่วยเหลือเราในด้านประสบการณ์ ความรู้ และการประสานงานในการทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่น  การทำงานร่วมกันจะทำให้พวกเราสามารถสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับช้างไทยได้ ในตอนนี้ เราได้มีการดำเนินโครงการปลูกป่าให้ช้างในสถานที่ 4 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่

 1. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

2. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

 

3. ศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

 

4. อุทยานลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์