ตามเมืองต่างๆนั้น ควรจะเป็นสถานที่สุดท้ายที่ทุกคนคาดคิดว่าจะได้เห็นช้างมาอาศัยอยู่ และจากภาพที่ได้เห็นช้างเดินเร่ร่อนหากินตามท้องถนนทำให้หัวใจของเราแทบจะสลาย ทั้งนี้เมื่อป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารของช้างถูกทำลายจนลดจำนวนลงอย่างมากในปัจจุบัน จนทำให้ช้างขาดแคลนอาหารในป่าธรรมชาติ ซึ่งก็มีโอกาสที่จะทำให้ช้างไทยสูญพันธ์ได้ในอนาคต ดังนั้นมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของช้างไทย โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง การฟื้นฟูป่าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติ การปลูกพืชอาหารสำหรับช้าง การพัฒนาชุมชนในหมู่บ้านช้างดั้งเดิม รวมทั้งการหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างคนกับช้าง ภายใต้โครงการปลูกป่าให้ช้างของมูลนิธิฯ ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ทางมูลนิธิฯ สามารถปลูกฟื้นฟูป่าได้มากกว่า 200,000 ต้น เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารสำหรับทั้งช้างป่าและช้างบ้านตามพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย นอกเหนือไปจากนั้นทางมูลนิธิฯ จะจัดงานปั่นจักรยานการกุศล “ปั่นเพื่อช้าง” ขึ้นในระหว่างวันที่ 15 – 16 มกราคม 2554 เพื่อหารายได้สนับสนุนการทำกิจกรรมต่างๆในการช่วยเหลือช้างขององค์กรเครือข่ายของเรา คือ ศูนย์บริบาลช้าง (Elephant Nature Park) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ >>>
เปิดรับอาสาสมัครดูแลแปลงปลูกป่าให้ช้าง ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี 18 ก.ย 53
Dutsadee - 30 August 2010 07:36
มูลนิธิพาช้างกลับบ้านเปิดรับอาสาสมัครที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่า จำนวนกว่า 8,000 กล้าไม้ในพื้นที่ 14 ไร่ (ที่ได้ปลูกไปเมื่อวันที่ 26 มิ.ย 53 ที่ผ่านมา) ในแปลงปลูกป่าให้ช้างภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เนื่องจากในช่วงฤดูฝนหญ้าและวัชพืชต่างๆที่เป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของกล้าไม้จะเติบโตได้อย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นทางเราจึงต้องวางแผนในการเข้าไปตัดหญ้า และใส่ปุ๋ยให้กับกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าอย่างน้อยทุกๆ 4 - 6 สัปดาห์ ไปจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝนในปี 2553 เพื่อช่วยให้กล้าไม้ที่ปลุกไปสามารถเจริญเติบโตได้ดีและแข่งขันกับวัชพืชต่างๆได้ รวมทั้งเพื่อให้กล้าไม้เจริญเติบได้อย่างรวดเร็ว สามารถพัฒนาระบบรากให้แข็งแรงก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูแล้งต่อไป
วันที่จัดกิจกรรม วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2553 เวลา 10.00 - 16.00 น.
สถานที่ หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่อง ภายในเขตฯ สลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
จำนวนอาสาสมัครที่เปิดรับ 90 คน
โปรแกรมกิจกรรม
9.45 น. อาสาสมัครเดินทางมาถึงบริเวณด้านหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่อง และกล่าวต้อนรับ และการสาธิตวิธีการปลูกป่า
10.00 น. อาสาสมัครแยกย้ายกันขึ้นรถกระบะ 4WD ไปยังแปลงปลูกป่าด้านในเขตสลักพระฯ ทั้ง 3 แปลง
10.30 น. เริ่มลงมือปลูกป่า และดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าในแปลงปลูกป่าทั้ง 3 แปลงพร้อมกัน
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันในแปลงปลูกป่า
13.00 น. ปลูกป่า และดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าต่อจนแล้วเสร็จ
15.30 น. สำรวจความเรียบร้อยในการปลูกป่า และเก็บขยะทั้งหมดออกจากแปลงปลูกป่า
16.00 น. ขับรถกลับออกมาจากแปลงปลูกป่า
ค่าใช้จ่ายและการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ
สำหรับค่าใช้จ่ายในวันปลูกป่า ส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับค่าอาหาร น้ำดื่ม และผลไม้ ค่าสนับสนุนกล้าไม้ที่จะปลูก ค่าปุ๋ยอินทรีย์และอุปกรณ์ต่างๆในการปลูกป่า รวมทั้งค่ารถกระบะ 4WD รับส่งในการเดินทางเข้าไปปลูกป่าที่อยู่ด้านในเขตฯ สลักพระ คิดเป็นท่านละ 300 บาท (ไม่รวมค่าเดินทางไปและกลับจังหวัดกาญจนบุรี)
สุขสันต์วันเกิด ” ช้างยิ้ม “
Dutsadee - 13 July 2010 20:16
เป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้วที่ดอกเงินได้ให้กำเนิดช้างน้อยเพศผู้ ” ช้างยิ้ม ” และเมื่อวานนี้เอง(12 ก.ค 53)ที่ช้างยิ้มได้มีโอกาสฉลองวันเกิดอายุครบ 1 ขวบเป็นปีแรกในชีวิต โดยที่ศูนย์บริบาลช้างได้จัดทำบอร์ดวันเกิดให้กับช้างยิ้มโดยเฉพาะ โดยมีการนำภาพถ่ายตอนแรกเกิด และพัฒนาการของช้างยิ้มจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยอิสระเสรี และอยู่อย่างมีความสุขร่วมกับครอบครัวช้างเชือกอื่นๆภายในศูนย์ นอกจากนี้ยังได้มีการจัดทำเค้กให้กับช้างยิ้มเพื่อเป็นของขวัญวันเกิด ซึ่งอาจจะเป็นเค้กของช้างที่แพงที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเค้กสุดพิเศษนี้ทำจากผลไม้ต่างๆมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้นำเข้าที่มีราคาแพงทั้งสิ้น แต่ปรากฎว่าช้างยิ้มกลับเลือกให้ความสนใจกินแต่ต้นกล้วย รวมทั้งกล้วย และหญ้าซึ่งใช้ในการรองพื้นด้านล่างของผลไม้อื่นๆเท่านั้น ในขณะที่ผลไม้อื่นนั้นๆ นอกจากจะไม่กินแล้ว เจ้าช้างยิ้มกลับขึ้นไปเหยียบเล่นจนผลไม้หลายชนิกกลายเป็นน้ำผลไม้ปั่นแบบสมูตตี้ไปเสียแบบนั้น แต่อย่างไรก็ตามเค้กนี้ก็ถือเป็นเค้กที่น่ารับประทานและตกแต่งได้สวยงามมาก และยังถือเป็นของขวัญสุดพิเศษจากใจของทุกๆคนภายในศูนย์ฯ ที่ตั้งใจทำให้ช้างยิ้มด้วยความรักและเอาใจใส่ และยังถือว่าเป็นเวลาที่พิเศษมากๆที่หลายคนได้มีโอกาสฉลองวันเกิดขวบปีแรกในชีวิตร่วมกับช้างยิ้ม
การใช้ชีวิตของช้างยิ้มภายในศูนย์ฯ เป็นไปอย่างมีความสุขมากในแต่ละวัน และตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์ นักท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งช้างเชือกอื่นๆที่อาศัยอยู่ภายในศูนย์แห่งนี้ต่างก็ตกหลุมรักและหลงไหลในช้างหนุ่มน้อยแสนซนนี้กันเป็นแถว รวมทั้งดอกเงิน แม่ของช้างยิ้มด้วย ซึ่งตอนนี้ช้างยิ้มนับวันจะมีแต่ความแก่นซนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ดังนั้นจึงถือเป็นความท้าทายของคนดูแลในการที่จะทำให้ช้างยิ้มสงบเรียบร้อยลงบ้าง แต่อย่างไรก็ตามก็นับว่าเป็นวิถีชีวิตตามธรรมาชาติของเขา เนื่องจากช้างยิ้มได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีอย่างเต็มที่ตั้งแต่แรกเกิด และมันจะยังคงเป็นแบบนี้ตลอดไปภายในศูนย์ฯแห่งนี้
หากท่านใดสนใจจะรับช้างยิ้มเป็นลูกอุปถัมภ์ สามารถคลิกได้ที่นี่ค่ะ
เปิดรับอาสาสมัครดูแลแปลงปลูกป่า ณ อุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ 24 - 25 ก.ค 53
Dutsadee - 12 July 2010 06:55
กลับมาอีกครั้งสำหรับกิจกรรมอาสาสมัครดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่า ณ อุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ ประจำปี 2553 ตลอดช่วงฤดูฝนนี้ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าภายหลังการปลูกป่าครั้งใหญ่ในแต่ละปี ทางมูลนิธิฯ จะให้ความสำคัญกับการดูแลหลังกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าภายหลังการปลูกเป็นอย่างมากโดยตลอดช่วงฤดูฝนแรก และฤดูฝนที่ 2 หรือจนกว่าที่ป่าจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เองตามธรรมชาติ เนื่องจากในช่วงฤดูฝนหญ้าและวัชพืชต่างๆที่เป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของกล้าไม้จะเติบโตได้อย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นทางเราจึงต้องวางแผนในการเข้าไปตัดหญ้า และใส่ปุ๋ยให้กับกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าทุกๆ 4 - 6 สัปดาห์ ไปจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน เพื่อช่วยให้กล้าไม้สามารถเจริญเติบโตได้ดี สามารถแข่งขันกับวัชพืชต่างๆได้ และเพื่อให้กล้าไม้เจริญเติบได้อย่างรวดเร็ว สามารถพัฒนาระบบรากให้แข็งแรงก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูแล้งต่อไป
นอกเหนือไปจากการให้ความสำคัญกับการดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าแล้ว ทางเรายังได้จัดกิจกรรมอื่นๆควบคู่ไปด้วย โดยอาสาสมัครจะได้พลิดเพลินไปกับการใช้เวลาในการดูแลช้าง การปลูกพืชอาหารช้าง การปรับปรุงสภาพพื้นที่บนเกาะที่ช้างอาศัยอยู่ให้มีสภาพที่น่าอยู่มากขึ้น รวมทั้งการซ่อมแซมสะพานแขวนที่อาสาสมัครและนักท่องเที่ยวจะใช้เดินข้ามไปเยี่ยมชมช้างที่มีสภาพทรุดโทรมเนื่องจากถูกระแสน้ำพัด และการปรับปรุงแพที่ใช้ขนอาหารช้างให้สามารถใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยสามารถดูรายละเอียดของกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างนี้ค่ะ
โปรแกรมกิจกรรมอาสาสมัครดูแลแปลงปลูกป่าหลังการปลูก
วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2553
13.30 น. - อาสาสมัคร เดินทางมาถึงอุทยานลำน้ำมาศ กล่าวต้อนรับโดยมูลนิธิพาช้างกลับบ้านผู้นำชุมชน และคณะกรรมการกองทุนช้าง หลังจากนั้นทางผู้อำนวยการมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จะชี้แจงรายละเอียดของโครงการปลูกป่าให้ช้าง และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างให้กับอาสาสมัครก่อนเริ่มกิจกรรม และ Welcome drink
14.00 น. - กิจกรรมปลูกพืชอาหารช้างและกล้าไม้ท้องถิ่น
16.00 น. - เดินทางไปตัดกล้วยเพื่อนำมาเป็นอาหารให้ช้าง
16.30 น. - เยี่ยมชมช้าง และช่วยกันให้อาหารช้าง
17.30 น. - เดินทางเข้าที่พักในชุมชนบ้านไผ่น้อย และบ้านไผ่ใหญ่(เยี่ยมชมหมู่บ้าน และพักผ่อนตามอัธยาศัย)
18.00 น. - รับประทานอาหารเย็นที่บ้านพัก
20.00 น. - พิธีต้อนรับแบบประเพณีอีสานดั้งเดิม การแสดงพื้นบ้าน และกิจกรรมสันทนาการ
วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2553
7.30 น. - อาหารเช้าที่บ้านพัก
8.00 น. - รวมตัวกันที่แปลงปลูกป่า ณ อุทยานลำน้ำมาศ
8.30 น. - การดูแลกล้าไม้หลังการปลูกในแปลงปลูกป่า(ตัดหญ้า รดน้ำ และใส่ปุ๋ย)
11.30 น. - เดินทางไปตัดกล้วยเพื่อนำมาเป็นอาหารให้ช้าง
12.00 น. - อาหารกลางวัน - อาหารอีสานแบบปิคนิคริมลำน้ำมาศ
13.00 น. - ปลูกกล้าไม้(ต่อ) และ15.30 น. - เสร็จสิ้นกิจกรรม อาสาสมัครเดินทางไปเก็บของที่บ้านพัก กล่าวลาช้าง และชาวบ้านในชุมชน และเดินทางกลับกรุงเทพต่อไป
21.30 น. - ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ
ค่าใช้จ่าย สำหรับกิจกรรมอาสา วันที่ 24 - 25 ก.ค 2553(รวม 2 วัน 1 คืน) คิดเป็น 1,000 บาท/คน (ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป และกลับจังหวัดบุรีรัมย์)
อาสาสมัครปลูกป่าให้ช้าง 4,000 กล้าไม้ในที่ดินแห่งใหม่ และ 2,000 กล้าไม้ภายในศูนย์บริบาลช้าง
Dutsadee - 5 July 2010 10:43
เป็นระยะเวลาสองสัปดาห์ติดกัน ที่ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้จัดกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างเพื่อให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของช้างที่อาศัยอยู่ในศูนย์บริบาลช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ต่อไปในอนาคต โดยกิจกรรมปลูกป่าในสัปดาห์แรกจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 3 ก.ค 53 ในบริเวณแปลงปลูกป่าแห่งใหม่ของศูนย์บริบาลช้างซึ่งอยู่บนดอยสูงชันของหุบเขาแม่แตงบริเวณด้านบนของหมู่บ้านแม่ตะมาน ต.กึ๊ดช้าง โดยในครั้งนี้สามารถปลูกกล้าไม้แล้วเสร็จไปทั้งสิ้น 4,000 กล้าไม้
โดยในตอนเริ่มต้นของวันปลูกป่า เป็นไปด้วยความทุลักทุเลอยู่บ้างเนื่องมาจากมีฝนตกลงมาอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่เวลาประมาณ 9.00 น. ทำให้การขับรถพาอาสาสมัครขึ้นไปปลูกป่าบนดอยที่สูงชันเป็นไปอย่างยากลำบากมาก เนื่องจากถนนแคบและลื่นมาก อีกทั้ง 2 ข้างทางยังเป็นเหวลึก แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้การมาร่วมกิจกรรมเป็นไปด้วยความสนุกสนานและตื่นเต้นเหมือนกับได้ผจญภัยไปในขณะเดียวกันด้วย ทันทีที่เดินทางไปถึงแปลงปลูกป่าฝนก็หยุดตกพอดี จึงทำให้พวกเราสามารถลงมือปลูกป่าได้อย่างสะดวกภายใต้สภาพอากาศที่ดีมาก คือ ไม่ร้อนจัดและไม่มีฝนตกหนัก ในวันนี้มีอาสาสมัครที่มาร่วมงานปลูกป่าทั้งอาสาสมัครชาวต่างชาติและเจ้าหน้าที่จากศูนย์บริบาลช้าง ผู้สนใจทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างชาติ และกลุ่มครูและนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 - 5 จากโรงเรียนบ้านปลาดาว(จาก ต.อินทขิล อ.แม่แตง)รวมกันแล้วจำนวนกว่า 100 คน และเนื่องจากได้มีการเตรียมแปลงปลูกป่าก่อนนี้แล้วในส่วนของการขุดหลุมปลูก และการขนกล้าไม้และอุปกรณ์ต่างๆ ไปไว้ตามจุดต่างๆใกล้กับแปลงปลูกป่า จึงทำให้การปลูกป่าแล้วเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว
นอกจากนี้ตลอดเวลาที่เด็กนักเรียนช่วยกันขนต้นไม้ และลงมือปลูกป่า ทางคุณครูจะคอยสอนพร้อมกับอธิบายให้เด็กๆได้เห็นถึงความสำคัญของการปลูกป่า ระยะเวลาในการที่ป่าจะฟื้นตัวกลับมาเป็นป่าตามธรรมชาติ เมื่อเปรียบเทียบกับการตัดไม้ทำลายป่าซึ่งใช้เวลาสั้นกว่ามาก แต่ก่อให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงต่อสภาพแวดล้อมอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเด็กๆ ในเรื่องการอนุรักษ์ไปพร้อมๆกับการปลูกป่าที่เห็นภาพชัดเจน จากการสังเกตถึงแม้จะเด็กกลุ่มนี้จะเป็นเด็กเล็กเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ละคนก็ทำงานกันด้วยความขยันขันแข็ง ดูไม่เหน็ดเหนือย และยังดูสนุกสนานกับการปลูกป่าตลอดเวลาอีกด้วย
ภายหลังเสร็จสิ้นการปลูกป่า ทางเราได้พาอาสาสมัครทุกท่านไปเยี่ยมชมช้างที่อาศัยอยู่ภายในศูนย์ฯ เพื่อให้เห็นภาพว่าเราต้องการฟื้นฟูป่าเพื่อประโยชน์ของช้างเหล่านี้ต่อไปในอนาคตอย่างแท้จริง แต่กลุ่มที่ดูจะสนุกสนานและตื่นเต้นมากที่สุด ก็คือ กลุ่มเด็กๆ จากโรงเรียนบ้านปลาดาว โดยเฉพาะเวลาที่ป้อนอาหารช้าง ได้ดูช้างเล่นน้ำ และการได้เล่นกับช้างน้อย รวมทั้งยังมีคำถามมากมายในเรื่องของช้างให้ตอบอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งไม่บ่อยนักที่เด็กๆจะมีโอกาสได้มาสัมผัสใกล้ชิดกับช้างขนาดนี้ บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้หลายคนยังสนใจที่จะกลับมาช่วยเราปลูกป่าอีกในครั้งต่อๆไป ซึ่งแน่นอนว่าทาเงรายินดีต้อนรับเด็กๆเหล่านี้เสมอ เพราะเด็กๆเหล่านี้คืออนาคตของชาติที่จะเป็นกำลังสำคัญต่อไปในอนาคตในการที่จะช่วยกันดูแลรักษาช้างไทยและป่าของเราให้คงอยู่อีกนานเท่านาน (more…)
เชิญชวนร่วมทีม ” วิ่งเพื่อช้าง ” ในงานเชียงใหม่มาราธอน ประจำปี 2553
Dutsadee - 08:46
มูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ขอเชิญชวนนักวิ่งทุกท่านเข้าร่วมทีมกับทีมนักวิ่งของมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ภายใต้ชื่อทีม ” วิ่งเพื่อช้าง “ ในงานเชียงใหม่มาราธอนที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2553 ที่จะถึงนี้ โดยการจัดตั้งทีม ” วิ่งเพื่อช้าง ” เพื่อเข้าร่วมงานเชียงใหม่มาราธอน มีวัตุประสงค์หลัก คือ เพื่อระดมทุนในการสนับสนุนการดำเนินงานของต่างๆในการช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงของช้างที่เคยทำงานหนักในอดีต และช้างพิการต่างๆ จำนวนมาก ปัจจุบันช้างเหล่านี้ได้อยู่อาศัยอย่างสงบสุขและเป็นอิสระตามธรรมชาติ และได้รับการดูแลจากทางศูนย์บริบาลช้างเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังมีเป้าหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อสร้างความตระหนักให้คนในสังคมได้เห็นถึงความสำคัญของช้างไทย ที่กำลังใกล้จะสูญพันธ์ในปัจจุบัน
การสมัครเข้าร่วมทีม ” วิ่งเพื่อช้าง ” กับทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน
นักวิ่งทุกท่านที่สมัครเข้าร่วมงานเชียงใหม่มาราธอน ประจำปี 2553 และสนใจจะร่วมทีมกับเรา ให้นักวิ่งติดต่อมาที่ทางมูลนิธิฯ เพื่อเข้าร่วมทีม ” วิ่งเพื่อช้าง “ จากนั้นทางเราจะจัดเตรียมแบบฟอร์มสำหรับหาสปอนเซอร์ และเอกสารเทคนิคในการจัดหาสปอนเซอร์ รวมทั้งระบบบริจาคเงินออนไลน์ให้กับทีมนักวิ่งผ่านเว็บไซด์ของมูลนิธิฯ นอกจากนี้ในวันงาน ทางเราจะจัดเตรียมเสื้อยืดของทีม ” วิ่งเพื่อช้าง “ ให้กับนักวิ่งที่เข้าร่วมทีมกับเรา เพื่อให้ทุกท่านได้ใส่เสื้อแบบเดียวกันตลอดระยะเวลาของการวิ่งมาราธอนในครั้งนี้
โดยนักวิ่งในทีมทุกท่านจะต้องหาสปอนเซอร์เพื่อสนับสนุนทีมวิ่งเพื่อช้างของเราด้วยตัวเองตามกำลังและความสามารถที่ท่านจะหาได้ โดยทางมูลนิธิฯไม่ได้กำหนดเงินขั้นต่ำในการสนับสนุนทีมของเราแต่อย่างใด นอกจากนี้นักวิ่งสามารถสมัครเข้าร่วมวิ่งตามระยะทางที่ท่านคิดว่าสามารถทำได้ ซึ่งมีให้เลือก 4 ประเภท ได้แก่ การวิ่งมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน มินิมาราธอน และการวิ่งผลัดแบบทีม โดยที่นักวิ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสมัครเข้าร่วมงานเชียงใหม่มาราธอน 2553 ด้วยตัวเองทั้งหมด พร้อมกับการระดมทุนเพื่อนสนับสนุนทีมวิ่งของเราด้วย ซึ่งทางเรามั่นใจว่าการที่นักวิ่งได้มารวมกลุ่มกันในงานเชียงใหม่มาราธอนครั้งนี้ นอกจากเป็นการวิ่งเพื่อความสนุกสนาน และเพื่อการมีสุขภาพที่ดีแล้ว ทางเรายังหวังป็นอย่างยิ่งว่าจะสร้างบันดาลใจให้กับนักวิ่งทีมวิ่งเพื่อช้างได้ตระหนักถึงความสำคัญของช้างไทย และได้มีส่วนในการหารายได้เพื่อช่วยเหลือช้างไทยร่วมกับหน่วยงานของเรา
ดังนั้นทางเราจึงขอเชิญชวนนักวิ่งและทุกท่านที่มีหัวใจรักช้าง มาร่วมวิ่งกับทีมของเราในงานเชียงใหม่มาราธอนประจำปี 2553 ที่จะถึงนี้ด้วยกันค่ะ เพื่อมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับช้างไทยของเราต่อไปในอนาคตค่ะ (more…)
งานปั่นจักรยานการกุศล”ปั่นเพื่อช้าง” ประจำปี 2554
Dutsadee - 23 June 2010 13:28
กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องจากหลายๆฝ่ายสำหรับงานปั่นจักรยานการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง “ ในปี 2554 สำหรับนักปั่นทุกท่านที่เคยมาร่วมปั่นกับเราในปีที่ผ่านมาแล้วประทับใจอยากจะมาร่วมปั่นกับเราอีกในปีนี้ รวมไปถึงผู้ที่พลาดโอกาสจากการร่วมงานในปีที่ผ่านมาด้วย
สำหรับงานปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง ” ประจำปี 2554 ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จะจัดงานนี้ในระหว่างวันที่ 15 - 16 มกราคม 2554 รวมระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ในเส้นทางที่ท่านจะได้ผจญภัย และจะได้สนุกสนานเพลินเพลินไปกับธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหลักเช่นเดียวกับในปีที่ผ่านมา คือ เพื่อหารายได้สนับสนุนในการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์บริบาลช้าง หรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของ Elephant Nature Park ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงของช้างที่เคยทำงานหนักในอดีต และช้างพิการต่างๆ จำนวนมาก ปัจจุบันช้างเหล่านี้ได้อยู่อาศัยอย่างสงบสุขและเป็นอิสระตามธรรมชาติ และได้รับการดูแลจากทางศูนย์บริบาลช้างเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังมีเป้าหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อสร้างความตระหนักให้กับสังคมไทยให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับช้างไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเพื่อให้คนในสังคมได้เห็นถึงความสำคัญของช้างไทย ที่กำลังใกล้จะสูญพันธ์ในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายได้หันมาให้ความสนใจในการช่วยเหลือช้างไทยต่อไป (more…)
อาสาสมัครร่วมกันปลูกป่าให้ช้างเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก จ.บุรีรัมย์ จำนวน 8,000 กล้าไม้
Dutsadee - 11:38

ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา(5 - 6 มิ.ย 53) ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้จัดงานปลูกป่าให้ช้างเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2553 ณ อุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางเราขอขอบคุณอาสาสมัครจำนวนกว่า 250 ท่าน ที่ประกอบไปด้วยหลากหลายวัยที่ได้เดินทางมาจากสถานที่ต่างๆ กัน เพื่อมาร่วมปลูกป่าให้ช้างกับทางมูลนิธิฯ ของเรา โดยอาสาสมัครและชาวบ้านในชุมชนได้ร่วมกันทำกิจกรรมหลายอย่าง เช่น การปลูกพืชอาหารช้าง การปลูกป่าเสริมในแปลงปลูกป่าเดิมทั้ง 3 แปลง จำนวนกว่า 8,000 กล้าไม้ จากพรรณไม้ท้องถิ่นจำนวน 30 ชนิด การช่วยกันดูแลและให้อาหารช้าง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องของช้างไทยและงานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้บรรยากาศงานพิธีเทียน เป็นต้น ภายหลังจากการเสร็จสิ้นกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างต่างฝ่ายต่างเหน็ดเหนื่อย และอ่อนล้าไปตามๆกัน อันเนื่องมาจากการทำงานหนักภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนจัดมาก แต่อาสาสมัครทุกคนก็เต็มไปด้วยความสุขใจที่ได้ช่วยกันปลูกป่าให้ช้าง อีกทั้งหลายคนยังกลับไปด้วยแรงบันดาลใจอันเต็มเปี่ยมที่อยากจะดูแลรักษาโลกใบนี้ของเราให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้นต่อไป สามารถคลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมกับภาพถ่ายจากงานในครั้งนี้ได้ที่ด้านล่างค่ะ (more…)
พบซาก’ช้างป่า’ ถูกยิง-ตัดงา กลางป่าแก่งกระจาน
Dutsadee - 11 June 2010 06:13
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ ฉบับวันที่ 10 มิถุนายน 2553
สลด! พบซาก “ช้างป่า” ถูกยิง-ตัดงาทั้ง2ข้าง กลางอุทยานแก่งกระจาน คาดเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า3วัน ชาวบ้านเผยเป็นช่วงหน้าแล้งช้างป่ามักออกมาหากิน แต่ไม่รู้เป็นฝีมือใคร…
เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 10 มิ.ย. นายทรง มั่งมี กำนันตำบลป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ 3 ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจานว่า พบช้างป่านอนตายอยู่ข้างป่าไผ่ ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หมู่ 3 ต.ป่าเด็ง จึงประสานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เจ้าหน้าที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน รวม 15 นายเดินทางเข้าทำการตรวจสอบ
จุดที่พบซากช้างป่าตาย อยู่ข้างกอไผ่ขนาดใหญ่ภายในอุทยานฯ จากการตรวจสอบพบเป็นช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 25 - 30 ปี นอนตะแคงซ้ายสภาพขึ้นอืด มีแมลงวันตอม คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ที่ใต้โคนงวงพบงาช้างถูกตัดไปทั้งสองข้าง ที่ใต้คาง และหน้าท้อง มีรูคล้ายถูกยิงด้วยกระสุนปืนหลายแห่ง เลือดไหลออกจากรูดังกล่าวเป็นทางยาวไปตามลำตัวและขา รอบบริเวณที่พบซากช้างมีรอยเท้าช้างย่ำพื้นดินที่ชื้นแฉะกระจายอยู่ทั่วไป (more…)
เชิญชวนมาร่วมปลูกป่าให้ช้าง ณ ศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ วันที่ 3 ก.ค 2553
Dutsadee - 2 June 2010 19:41
กิจกรรมปลูกป่าให้ช้าง ณ ศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) ภายในหุบเขาแม่แตง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ วันที่ 3 ก.ค 2553
ในปีที่ผ่านมา(2552) ทางศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่ ได้ซื้อที่ดินแปลงใหม่ ประมาณ 250 ไร่(100 เอเคอร์) ซึ่งเป็นที่ดินที่ล้อมรอบไปด้วยเขตป่าอนุรักษ์ และพื้นที่บางส่วนยังมีลำธารตามธรรมชาติขนาดเล็กไหลผ่าน เมื่อตอนเริ่มต้นที่ทางศูนย์ฯ ซื้อที่ดินผืนนี้ยังเต็มไปด้วยแปลงปลูกผักกระหล่ำปลีของชาวบ้านแต่ปัจจุบันชาวบ้นได้เลิกทำสวนกระหล่ำปลีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่ทางเราจะได้เริ่มฟื้นฟูป่าแห่งนี้ เพื่อจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของช้างต่อไป หรืออาจกล่าวได้ว่า เพื่อที่ผืนป่าแห่งนี้จะกลายเป็นสวรรค์บนดินของช้างที่ทางศูนย์ฯ ช่วยเหลือและจะนำมาดูแลที่นี่ต่อไปในอนาคต
สำหรับแผนงานการปลูกฟื้นฟูป่าในที่ดินแห่งนี้ ทางมูลนิธิฯ มีโครงการที่จะปลูกฟื้นฟูป่าในระยะยาวไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยเน้นไปที่การปลูกพรรณไม้ท้องถิ่นที่สามารถดึงดูดนก และสัตว์ป่านานาชนิดที่เป็นเหมือนตัวช่วยกระจายเมล็ดไม้ชนิดต่างๆ จากป่าธรรมชาติที่อยู่ใกล้เคียงเข้ามายังแปลงปลูกป่าของเรา เหมือนกับว่านกและสัตว์ป่าเหล่านี้ได้ช่วยเราปลูกป่าอีกทางหนึ่งนั่นเอง
ตอนนี้ทางศูนย์บริบาลช้างได้จัดสร้างบ้านพัก 1 หลัง และห้องน้ำไว้แล้ว รวมทั้งยังได้ปลูกพรรณไม้หลายชนิดลงในที่ดินแห่งใหม่ไปบ้างแล้ว และทันทีที่พื้นที่ป่าแห่งนี้สามารถฟื้นตัวกลับมามีสภาพใกล้เคียงกับป่าตามธรรมชาติได้แล้ว ทางศูนย์บริบาลช้างแม่แตงจะใช้ที่ดินแห่งใหม่นี้เป็นให้เป็นเสมือนกับเป็นสวรรค์บนดินของช้างแห่งที่ 2 ที่ทางศูนย์ฯ จะให้อาสาสมัครหรือนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสพาช้างไปเดินเล่นในป่าธรรมชาติ และได้ใช้เวลาในการพาช้างมาใช้ชีวิตอย่างอิสระในป่าตามธรรมชาติอย่างเต็มที่
นอกจากนี้จะมีการนำช้างจำนวนหนึ่งจากศูนย์บริบาลช้างให้มาอาศัยอยู่ที่นี่ โดยจะปล่อยให้อยู่อย่างอิสระตามธรรมชาติอย่างแท้จริง และอาจจะอยู่ห่างไกลผู้คนมากกว่าช้างที่อาศัยภายในศูนย์ฯ โดยอาสาสมัครสามารถเพลิดเพลินจากการติดตามหรือสังเกตการณ์ชีวิต ความเป็นอยู่ของช้างได้จากบ้านพักที่อยู่บนต้นไม้ ซึ่งคาดว่าจะลงมือก่อสร้างในเร็ววันนี้ แต่ในปัจจุบันยังไม่ได้มีการนำช้างมาอาศัยอยู่ที่นี่ เนื่องจากต้องทำการปลูกฟื้นฟูป่าที่เป็นบ้านตามธรรมชาติของช้างให้แล้วเสร็จเสียก่อน
ดังนั้น ทางเราจึงใคร่ขอเชิญชวนอาสาสมัครทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะทำฝันของเราในการที่จะพลิกฟื้นผืนดินที่เสื่อมโทรมให้กลายเป็นป่าที่กลับมาฟื้นตัวตามธรรมชาติที่สามารถจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของช้างได้ในระยะยาว (more…)
เชิญชวนมาร่วมเป็นอาสาสมัครปลูกป่าให้ช้างเขตฯ สลักพระ ในวันที่ 26 มิ.ย 2553
Dutsadee - 02:54
มูลนิธิพาช้างกลับบ้านขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าให้ช้าง ประจำปี 2553 ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ในวันเสาร์ที่ 26 มิ.ย 2553
นับเป็นโอกาสดีอีกครั้งในปี 2553 สำหรับอาสาสมัครทุกท่านที่สนใจจะร่วมกันปลูกป่าให้ช้างป่ากับทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน นอกหนือไปจากการได้ใช้เวลาอย่างสนุกสนานในการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดปัญหาโลกร้อนแล้ว ยังเหมือนกับได้มีโอกาสได้ใช้เวลาทำบุญร่วมกันในการดูแลรักษาพื้นที่ป่าแห่งนี้ให้ให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีและสมบูรณ์เพื่อให้เป็นแหล่งที่อยู่อาสัยและแหล่งหากินของช้างป่าไปอีกยาวนาน รวมทั้งท่านยังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างและสัตว์ป่า ตลอดจนยังจะได้มีโอกาสได้พบปะและได้ทำความรูจักกับอาสาสมัครคนอื่นๆ ที่สนใจในเรื่องการปลูกป่า และงานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยเช่นกัน
สำหรับเขตรักษาพันธุสัตว์ป่าเป็นสลักพระ ถือเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งได้มีการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตั้งแต่ปี 2508 เป็นต้นมา ที่นี่ถือว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของช้างป่าที่สำคัญมากแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนช้างป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้จำนวนมากกว่า 170 เชือกด้วย
ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์ช้างไทย(ECN) เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ตลอดจนชาวบ้านในชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบเขตฯ สลักพระ ได้ดำเนินโครงการปลูกป่าให้ช้างเป็นประจำทุกปี รวมทั้งการดูแลรักษาแปลงปลูกป่าภายในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระจนกว่าสภาพป่าเสื่อมโทรมจะสามารถฟื้นตัวกลับมาเป็นป่าที่สมบูรณ์ตามธรรมชาติได้เองต่อไป จนถึงปัจจุบันมีจำนวนกล้าไม้ที่ปลูกไปแล้วในเขตฯ สลักพระ ไม่ต่ำกว่า 21,000 ต้น ซึ่งเป็นกล้าไม้ที่ผลิตจากเรือนเพาะชำกล้าไม้ท้องถิ่นของเขตฯสลักพระ ภายใต้การสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ซึ่งที่เรือนเพาะชำแห่งนี้สามารถผลิตกล้าไม้คุณภาพสำหรับโครงการฟื้นฟูป่าได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 18,000 กล้าไม้ ซึ่งกล้าไม้ที่ผลิตได้ต้องมีความหลากหลาย ไม่ต่ำกว่า 30 - 40 ชนิด มีขนาดเหมาะสม(สูง 40 - 60 ซ.ม) และมีสุขภาพที่แข็งแรงพร้อมปลูกในช่วงต้นฤดูฝนของทุกปี ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกฟื้นฟูป่าให้ช้างภายในเขตฯ สลักพระ
สำหรับในปี 2553 นี้ ทางเรามีเป้าหมายที่จะปลูกพรรณไม้ท้องถิ่น จำนวน 10,000 กล้าไม้ ในพื้นที่เขตฯ สลักพระ ในเนื้อที่กว่า 25 ไร่ เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียด ดังนี้ (more…)






